EN TH

To be a leading value-oriented integrated energy company in Asia-Pacific

Slide Left Slide Right

ราชบุรีโฮลดิ้ง เตรียมเดินเครื่องเชิงพาณิชย์โครงการเซเปียน เซน้ำน้อย ต้นปี 2562 เล็งขยายการลงทุนโครงการใหม่ในสปป. ลาว

  • โครงการเซเปียน เซน้ำน้อย กำลังผลิตติดตั้ง 410 เมกะวัตต์ ใน สปป.ลาว ก่อสร้างก้าวหน้า 89% พร้อมทดสอบระบบเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าปีนี้ และเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2562
  • ตั้งเป้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ โครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน และเชื้อเพลิงชีวมวล ซึ่งเป็นโอกาสและศักยภาพใน สปป. ลาว  

แขวงจำปาสัก สปป.ลาว- บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เตรียมพร้อมเดินเครื่องเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน เซน้ำน้อย กำลังผลิตติดตั้ง 410 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในแขวงจำปาสักและอัตตะปือ สปป. ลาว ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โครงการดังกล่าวผลิตไฟฟ้าที่กำลังผลิต 354 เมกะวัตต์ จำหน่ายแก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะเวลา 27 ปี (ปี 2562-2589) และอีก 40 เมกะวัตต์ จะผลิตและจำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าลาว สำหรับโครงการนี้มีมูลค่าประมาณ 32,460 ล้านบาท และเป็นโครงการโรงไฟฟ้าแห่งที่ 3 ของบริษัทฯ ที่ลงทุนใน สปป. ลาว นับจากโครงการโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 ขนาดกำลังผลิตติดตั้ง 615 เมกะวัตต์  และโครงการโรงไฟฟ้าหงสา กำลังผลิตติดตั้ง 1,878 เมกะวัตต์        

นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ลงทุนในสปป. ลาว มูลค่ารวม 20,800 ล้านบาท นอกจากโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งข้างต้นแล้ว ยังมีเงินลงทุนในหุ้นของบริษัท ผลิตไฟฟ้าลาว มหาชน (EDL Generation Public Company) และบริษัท ราช-ลาว เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่เป็นฐานธุรกิจใน สปป. ลาว สำหรับโครงการเซเปียน เซน้ำน้อย เป็นความร่วมมือระหว่างพันธมิตร 4 ราย ได้แก่ ราชบุรีโฮลดิ้ง ถือหุ้น 25%, SK Engineering and Construction 26%, Korea Western Power 25% และ Lao Holding State Enterprise 24% ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าไทยและสปป.ลาว ฉบับที่ 4 ลงนามเมื่อปี 2550 โดยกำหนดกรอบรับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว จำนวน 7,000 เมกะวัตต์  

“โครงการนี้จะช่วยเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งความต้องการใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มสูงขึ้นจากการขยายตัวของชุมชนเมือง การเชื่อมโยงเศรษฐกิจทั้งการค้า และการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน บวกกับการรวมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC และนโยบาย Smart City ของรัฐบาล ซึ่งไฟฟ้าที่ใช้ในระบบของภาคอีสานส่วนใหญ่นำเข้าจาก สปป. ลาว ในปีนี้คาดการณ์ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในภาคอีสานจะเพิ่มขึ้น 1.46% อยู่ที่ประมาณ 3,700 เมกะวัตต์ ขณะที่กำลังผลิตตามสัญญาอยู่ที่ประมาณ 4,100 เมกะวัตต์ สำหรับกระแสไฟฟ้าที่ผลิตจำหน่ายมายังประเทศไทยจะเชื่อมต่อระบบส่งไฟฟ้าของ กฟผ. ที่สถานีไฟฟ้าอุบลราชธานี 3 อีกส่วนหนึ่งจะผลิตป้อนความต้องการใช้ไฟฟ้าในแขวงจำปาสัก และอัตตะปือของ สปป. ลาว โครงการนี้ถือเป็นความร่วมมือระหว่างไทยและสปป. ลาวในการพัฒนาด้านพลังงานไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมของสองประเทศ” นายกิจจา กล่าว             

สำหรับงานก่อสร้างโครงการเซเปียน เซน้ำน้อยจะใช้เวลารวม 64 เดือน กำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ปัจจุบัน การก่อสร้างก้าวหน้าถึง 89% โดยเฉพาะงานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 3 แห่งตั้งอยู่ในแขวงจำปาสัก ประกอบด้วย ฝายห้วยหมากจัน เขื่อนเซเปียน และเขื่อนเซน้ำน้อย ได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์และเริ่มเก็บน้ำแล้วเมื่อปี 2560 จนถึงปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 71% ส่วนงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ในแขวงอัตตะปือ อยู่ระหว่างติดตั้งกังหันพลังน้ำและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจำนวน 4 ชุด  

โครงการนี้ นับเป็นความท้าทายของงานออกแบบและก่อสร้างทางวิศวกรรมของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งหนึ่งของภูมิภาคนี้ เนื่องจากเป็นการออกแบบอ่างเก็บน้ำถึง 3 ระดับ โดยมีการขุดเจาะอุโมงค์ผันน้ำในแนวราบยาวรวม 13.59 กิโลเมตร ด้วยเทคโลโนยี (Tunnel Boring Machine: TBM) และแนวดิ่งสูง 458 เมตร ทำให้เพิ่มระดับความสูงของน้ำถึง 650 เมตร เพื่อสร้างแรงดันน้ำในการหมุนกังหันผลิตไฟฟ้าโดยใช้ปริมาณน้ำน้อยมาก  

สปป. ลาว ถือเป็นฐานธุรกิจที่สำคัญของบริษัทฯ โดยกำลังผลิตในสปป. ลาว มีสัดส่วน 15% ของกำลังผลิตตามการลงทุนรวมของบริษัท (7,552.4 เมกะวัตต์) ในปี 2560 ธุรกิจในสปป. ลาว สร้างรายได้เป็นเงินประมาณ 2,500 ล้านบาท คิดเป็น 5% ของรายได้รวม ทั้งนี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายจะขยายการลงทุนในโครงการพลังงานน้ำ ซึ่งภายใต้กรอบความร่วมมือพัฒนาพลังงานไฟฟ้าของไทย-ลาว ฉบับที่ 5 ยังมีโอกาสอีก 3,000 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังสนใจโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น น้ำประปา และเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (Wood Pallet) สำหรับรูปแบบการลงทุนจะเน้นร่วมทุนกับพันธมิตรธุรกิจ ซึ่งบริษัทฯ จะลงทุนไม่น้อยกว่า 25%

ปัจจุบัน บริษัทฯ มีกำลังผลิตตามสัดส่วนรวม 7,552.4 เมกะวัตต์เทียบเท่า ประกอบด้วย กำลังผลิตที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว 6,624.19 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนา รวม 928.21 เมกะวัตต์เทียบเท่า จากฐานการลงทุนใน 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย 5,187.21 เมกะวัตต์ สปป.ลาว 1,121.81 เมกะวัตต์ ออสเตรเลีย 866.35 เมกะวัตต์   จีน 236 เมกะวัตต์ และอินโดนีเซีย 141.03 เมกะวัตต์

Back to all news